ซีสต์ไต: สาเหตุ อาการ การวินิจฉัยและการรักษา

ซีสต์ไต: สาเหตุ อาการ การวินิจฉัยและการรักษา

ซีสต์ที่ไตถือเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง พบน้อยมากที่จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โรคนี้สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ แต่ส่วนใหญ่มักพบในผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป โดยเพศชายมีอัตราการเกิดซีสต์ที่ไตสูงกว่าเพศหญิง บทความนี้จะกล่าวถึงสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษาโรคนี้

1. ซีสต์ที่ไตคืออะไร?

ซีสต์ที่ไตคือก้อนเนื้อรูปทรงกลมหรือวงรี ภายในบรรจุของเหลว เกิดขึ้นบนผิวของไต ซีสต์ที่ไตชนิดเดี่ยวเป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด โดยปกติซีสต์ชนิดนี้จะไม่แสดงอาการใดๆ และมักตรวจพบโดยบังเอิญระหว่างการอัลตราซาวนด์ช่องท้อง

ซีสต์ที่ไตแบ่งออกเป็น 2 ประเภท:

  • ซีสต์ที่ไตแบบโครงสร้างธรรมดา (ซีสต์เดี่ยว): เป็นก้อนเนื้อที่มีผนังบาง ภายในมีของเหลวใส และมักไม่เป็นอันตราย
  • ซีสต์ที่ไตแบบโครงสร้างซับซ้อน: มีผนังหนา มีผนังกั้น และภายในบรรจุของเหลวข้น ในบางกรณีซีสต์ชนิดนี้อาจพัฒนาเป็นมะเร็งได้ แม้ว่าจะมีโอกาสน้อย แต่ก็ควรได้รับการตรวจติดตามอย่างใกล้ชิดจากแพทย์

ผู้ป่วยอาจมีซีสต์ที่ไตหนึ่งก้อนหรือหลายก้อน เกิดขึ้นที่ไตข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ในกรณีที่ไตทั้งสองข้างมีซีสต์มากกว่า 3 ก้อนต่อข้าง จำเป็นต้องตรวจติดตามและแยกความแตกต่างระหว่างไตที่มีซีสต์หลายก้อนกับโรคไตแบบหลายซีสต์ หากเป็นโรคไตแบบหลายซีสต์ ไตจะมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ในกรณีที่ไตมีซีสต์หลายก้อน ไตจะไม่ใหญ่ขึ้น และหากผู้ป่วยมีภาวะไตวายเรื้อรัง ไตจะหดตัวลง

โรคไตที่มีซีสต์อีกชนิดหนึ่งที่อาจพบในเด็กคือโรคไตหลายซีสต์ชนิด loạn sản (Multicystic dysplastic kidney) ซึ่งเป็นความผิดปกติแต่กำเนิด ซีสต์ที่ไตจะก่อตัวขึ้นในร่างกายตั้งแต่ช่วงที่ยังเป็นทารกในครรภ์

2.อาการของซีสต์ที่ไต

ซีสต์ที่ไตส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายและไม่แสดงอาการทางคลินิก ดังนั้น ผู้ป่วยมักจะตรวจพบซีสต์โดยบังเอิญจากการอัลตราซาวนด์หรือเมื่อซีสต์มีขนาดใหญ่ขึ้นและทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน

อาการบางอย่างของซีสต์ที่ไตที่ผู้ป่วยอาจพบได้แก่:

  • ปวดบริเวณสะโพก ท้อง หรือน้องเนื่องจากก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้นและไปกดเบียดเนื้อเยื่อข้างเคียง
  • ปัสสาวะมีเลือดปนเมื่อซีสต์มีเลือดออก
  • มีไข้เมื่อซีสต์ติดเชื้อ
  • ความดันโลหิตสูงเนื่องจากก้อนเนื้อไปกดเบียดหลอดเลือดแดงที่ไต

3.สาเหตุของการเกิดซีสต์ที่ไต

ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดซีสต์ที่ไตได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยต่อไปนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรค:

  • อายุมากกว่า 50 ปี
  • เพศชายมีความเสี่ยงต่อการเกิดซีสต์ที่ไตมากกว่าเพศหญิง
  • กำลังรับการล้างไต
  • เป็นโรคไตเรื้อรัง
  • มีความดันโลหิตสูง
  • สูบบุหรี่เป็นประจำ

4.ซีสต์ที่ไตเป็นอันตรายหรือไม่?

ซีสต์ที่ไตจะเป็นอันตรายเมื่อซีสต์มีขนาดใหญ่ขึ้น อยู่ในตำแหน่งที่ไปกดเบียดอวัยวะอื่น หรือเมื่อผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บในบริเวณซีสต์ ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย ส่วนซีสต์ขนาดเล็กมักไม่ก่อให้เกิดอาการหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

5.ภาวะแทรกซ้อนของซีสต์ที่ไต

ภาวะแทรกซ้อนของซีสต์ที่ไตที่ผู้ป่วยอาจพบได้แก่:

  • การติดเชื้อของก้อนเนื้อ ทำให้เกิดอาการปวดและมีไข้
  • ซีสต์แตก ทำให้ปวดหลัง ปวดสะโพกอย่างรุนแรง ปัสสาวะมีเลือดปน มีของเหลวรั่วไหล และติดเชื้อในกระแสเลือด
  • ก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่เกินไป ทำให้เกิดการอุดตันของท่อปัสสาวะ นำไปสู่การทำลายไตและการติดเชื้อ
  • เลือดออกในซีสต์ อาจทำให้ซีสต์แตกหรือมีเลือดออกรอบๆ ไต
  • ความเสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตสูงและภาวะโป่งพองของหลอดเลือดสมอง

6.วิธีการวินิจฉัยซีสต์ที่ไต

เพื่อวินิจฉัยซีสต์ที่ไต แพทย์จะพิจารณาจากอาการทางคลินิกร่วมกับการตรวจวินิจฉัยการทำงานของไต วิธีการวินิจฉัยซีสต์ที่ไตที่นิยมใช้ได้แก่:

อัลตราซาวนด์ช่องท้อง

  • การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan): ช่วยให้เห็นภาพซีสต์ที่ไตได้อย่างชัดเจน และสามารถแยกความแตกต่างระหว่างซีสต์ที่ไตชนิดไม่ร้ายแรงและชนิดร้ายแรงได้
  • การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): ใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยแพ้สารทึบรังสีหรือมีภาวะไตวาย
  • การตรวจการทำงานของไต: ประกอบด้วยการตรวจเลือดและปัสสาวะ ช่วยประเมินการทำงานของไตและผลกระทบของซีสต์ต่อไต

หลังจากการตรวจและวินิจฉัย แพทย์จะให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยเกี่ยวกับการติดตามซีสต์หรือวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละกรณี

7.คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับซีสต์ที่ไต

ต่อไปนี้เป็นคำถามและคำตอบเกี่ยวกับซีสต์ในไต:

1. ซีสต์ที่ไตสามารถรักษาให้หายได้หรือไม่?

ได้ ซีสต์ที่ไตส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง จึงไม่จำเป็นต้องรักษา แต่หากมีภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ ซีสต์แตก หรือมีการอุดตันของทางเดินปัสสาวะ แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดเอาก้อนซีสต์ออก ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหลังการรักษา

2. ซีสต์ที่ไตควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้าง?

หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นซีสต์ที่ไต ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงอาหารต่อไปนี้:

  • อาหารที่มีโซเดียมสูง: เช่น อาหารแปรรูป อาหารแห้ง (ปลาแห้ง ปลาหมึกแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป) ควรลดการปรุงรสอาหาร อาหารเหล่านี้จะทำให้ไตทำงานหนักขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการบวมน้ำ ความดันโลหิตสูง และหายใจลำบาก
  • อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง: เช่น กล้วย แครอท ผักโขม มันฝรั่ง ส้ม หัวหอม นม และผลิตภัณฑ์จากนม หากซีสต์ทำให้ไตทำงานผิดปกติ ระดับโพแทสเซียมในเลือดจะสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือเสียชีวิตได้
  • อาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง: เช่น ช็อกโกแลต นมและผลิตภัณฑ์จากนม เครื่องในสัตว์ หอยนางรม
  • อาหารที่มีโปรตีนสูง: เช่น เนื้อแดง เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล การลดอาหารที่มีโปรตีนสูงจะช่วยควบคุมปริมาณกรดยูริกที่ไตดูดซึม
  • อาหารทอด: ทำให้ไขมันอิ่มตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อสุขภาพของไต
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
0617862236