ไตวายคือโรคเรื้อรังที่อันตราย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและอายุขัยของผู้ป่วย เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตวาย คำถามที่ผู้ป่วยและญาติมักกังวลที่สุดก็คือ “ไตวายจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานแค่ไหน?”
ในความเป็นจริง อายุขัยของผู้ป่วยไตวายไม่มีตัวเลขที่ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ระยะของโรค วิธีการรักษา วิถีการดำเนินชีวิต และความสามารถในการควบคุมโรคประจำตัว บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ
1. ไตวายคืออะไร?
ไตวายคือภาวะที่ประสิทธิภาพการกรองเลือดของไตลดลง ทำให้ร่างกายไม่สามารถขับของเสียและน้ำส่วนเกินออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อการทำงานของไตค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลาและไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติได้ จะเรียกว่าโรคไตวายเรื้อรัง
โรคไตวายมักดำเนินไปอย่างเงียบเชียบผ่านหลายระยะ หากตรวจพบช้าและไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ โรคอาจลุกลามไปสู่ภาวะไตวายระยะสุดท้าย ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
2. ระยะของโรคไตวายและอายุขัย
เพื่อตอบคำถามที่ว่าผู้ป่วยไตวายจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องพิจารณาตามระยะของโรค
2.1 ไตวายระยะที่ 1 อยู่ได้นานแค่ไหน?
ในระยะนี้ การทำงานของไตลดลงเพียงเล็กน้อย ผู้ป่วยแทบไม่มีอาการแสดงชัดเจน หากตรวจพบเร็วและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ควบคุมโรคประจำตัวอย่างเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้ดี ผู้ป่วยไตวายระยะที่ 1 สามารถใช้ชีวิตได้เกือบปกติ และไม้มีผลกระทบกับอายุขัย
2.2 ไตวายระยะที่ 2 อยู่ได้นานแค่ไหน?
ไตวายระยะที่ 2 คือช่วงที่การทำงานของไตลดลงมากขึ้น แต่ยังไม่ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการเหนื่อยง่าย ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน
หากปฏิบัติตามแผนการรักษาและใช้ชีวิตอย่างถูกสุขลักษณะ ผู้ป่วยระยะนี้ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายสิบปี โดยที่โรคไม่ลุกลามไปสู่ระยะรุนแรงอย่างรวดเร็ว

2.3 ไตวายระยะที่ 3 อยู่ได้นานแค่ไหน?
ไตวายระยะที่ 3 แบ่งออกเป็นระยะ 3a และ 3b ในตอนนี้ประสิทธิภาพของไตลดลงอย่างเห็นได้ชัด อาจเริ่มมีอาการ เช่น โลหิตจาง ตัวบวม หรือความดันโลหิตสูง
- หากได้รับการรักษาที่ดี ผู้ป่วยระยะนี้ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้ 10–20 ปี หรือนานกว่านั้น
- ในทางกลับกัน หากชะล่าใจ อาการอาจทรุดลงสู่ระยะที่ 4 และ 5 ได้เร็วมาก
2.4 ไตวายระยะที่ 4 อยู่ได้นานแค่ไหน?
ในระยะนี้ ไตเสื่อมสภาพอย่างรุนแรง ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจ โลหิตจางรุนแรง และเกลือแร่ผิดปกติจะสูงขึ้นมาก
ไตวายระยะที่ 4 จะอยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับการรักษาอย่างจริงจังและการเตรียมตัวเพื่อรับการบำบัดทดแทนไต หากได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและถูกวิธี ผู้ป่วยยังสามารถยืดเวลาออกไปได้อีกหลายปีก่อนที่จะต้องเริ่มฟอกไต
2.5 ไตวายระยะที่ 5 (ไตวายระยะสุดท้าย) อยู่ได้นานแค่ไหน?
ไตวายระยะที่ 5 คือระยะสุดท้าย เมื่อไตสูญเสียการทำงานเกือบทั้งหมด เวลานี้ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการฟอกเลือด ล้างไตทางหน้าท้อง หรือปลูกถ่ายไตเพื่อรักษาชีวิต
- หากไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยจะมีชีวิตอยู่ได้เพียงระยะสั้นๆ
- หากฟอกไตสม่ำเสมอ หลายคนสามารถอยู่ได้นาน 10–20 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายและภาวะแทรกซ้อน
- การปลูกถ่ายไตที่ประสบความสำเร็จจะช่วยให้ทั้งคุณภาพชีวิตและอายุขัยดีขึ้นอย่างมาก
3. ปัจจัยที่มีผลต่ออายุขัยของผู้ป่วยไตวาย
อายุขัยของผู้ป่วยไตวายไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะของโรคเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยอื่นๆ อีกหลายประการ:
- ช่วงเวลาที่ตรวจพบโรค: ยิ่งตรวจพบภาวะไตวายได้เร็วเท่าไหร่ โอกาสในการควบคุมโรคและยืดอายุขัยก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
- โรคประจำตัวร่วมด้วย: หากมีโรคแทรกซ้อน เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ และควบคุมได้ไม่ดี จะส่งผลให้ไตเสื่อมสภาพเร็วยิ่งขึ้น
- วิธีการรักษา: การปฏิบัติตามแผนการรักษาของแพทย์อย่างเคร่งครัดจะช่วยชะลอกระบวนการเสื่อมของไตได้
- อาหารการกินและการใช้ชีวิต: การกินอาหารที่ไม่เหมาะสม การบริโภคเกลือหรือโปรตีนสูงเกินไป รวมถึงการซื้อยากินเอง อาจทำให้ไตเสียหายรวดเร็วกว่าเดิม

งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า ผู้ป่วยไตวายที่ได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ และถูกวิธี สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานกว่าผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำมาก การควบคุมความดันโลหิต ระดับน้ำตาล รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม และติดตามค่าการทำงานของไตอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการยืดอายุขัย
4. วิธีการยืดอายุขัยสำหรับผู้ป่วยไตวาย
สร้างพฤติกรรมการกินตามหลักโภชนาการ
- จำกัดปริมาณเกลือ โปรตีน โพแทสเซียม และฟอสฟอรัส ให้เหมาะสมตามระยะของโรค
- ดื่มน้ำในปริมาณตามที่แพทย์แนะนำ

ใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี
- พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด
- ออกกำลังกายเบาๆ ให้เหมาะกับสภาพร่างกาย
- งดสูบบุหรี่ และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
ติดตามสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
- ตรวจค่าการทำงานของไตเป็นประจำ
- รีบไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติ
คำถามที่ว่าผู้ป่วยไตวายจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะระยะที่ตรวจพบโรคและความร่วมมือในการรักษา การตรวจพบเร็ว รักษาอย่างถูกวิธี และการดูแลตัวเองอย่างดี คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยไตวายยืดอายุขัยและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้นครับ

